ช้อปดีมีคืน ได้เงินคืนเท่าไร ซื้ออะไรได้บ้าง ใช้ลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ?

ช้อปดีมีคืน ได้เงินคืนเท่าไร ซื้ออะไรได้บ้าง ใช้ลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ?

มาทำความเข้าใจมาตรการช้อปดีมีคืน 2563 เพื่อจะได้ช้อปอย่างมีความสุขกันมากยิ่งขึ้นดีกว่า

 

ช้อปดีมีคืน คืออะไร ?

ช้อปดีมีคืน 2563 คือมาตรการช่วยลดหย่อนภาษี สำหรับผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ในการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2563  สามารถนำใบกำกับภาษีค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ ไปยื่นในช่วงต้นปี 2564 ซึ่งมีเงื่อนไขอะไรบ้าง อย่าลืมเช็กให้ชัวร์ก่อนการช้อปปิ้ง จะได้ไม่พลาด !!

 

ช้อปดีมีคืน 2563 มีวันไหน  และลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ?

สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 โดยมีวงเงินสูงสุดที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้คือ 30,000 บาท

 

ช้อปออนไลน์ ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีหรือไม่ ?

ช้อปออนไลน์ก็มีสิทธิ์ในการลดหย่อนเช่นกัน แต่สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่อยู่ในระบบภาษีและสามารถออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเท่านั้น ก็สามารถนำหลักฐานไปลดหย่อนภาษีได้เลย แต่ที่แน่ๆช้อปออนไลน์กับ espica ได้สิทธิ์แน่นอนจร้าาาาา !! 

 

ช้อปเกิน 30,000 บาท จะได้รับสิทธิ์ไหมนะ ?

สามารถซื้อสินค้าที่มีมูลค่ามากกว่า 30,000 บาทได้ แต่จะสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้เพียง 30,000 บาทเท่านั้น

 

ใบกำกับภาษีหลายใบรวมกัน จะนำไปลดหย่อนภาษีได้ไหม ?

สามารถนำใบกำกับภาษีหลายใบรวมกันได้ ต้องเป็นการซื้อสินค้าหรือค่าบริการระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 ทั้งนี้ยอดรวมจะต้องมีมูลค่าไม่เกิน 30,000 บาท หากมีจำนวนเกิน 30,000 บาท สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้เพียง 30,000 บาทเท่านั้น

  

ใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตจะได้รับสิทธิ์ไหมนะ ? 

กรณีซื้อสินค้าไม่ว่าจะเป็นบัตรเดบิตหรือเครดิต เมื่อใช้รูดซื้อสินค้าหรือบริการ หากออกใบกำกับภาษีระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 ก็จะได้รับสิทธิ์เช่นกัน

 

ถ้าผ่อนชำระ จะได้รับสิทธิ์หรือไม่ ?

สำหรับการซื้อสินค้าแล้วเลือกการผ่อนชำระ ก็เข้าเกณฑ์ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเช่นเดียวกัน หากทางร้านค้าออกใบกำกับภาษีให้ตามเงื่อนไข โดยนำยอดเงินทั้งหมดที่ต้องจ่ายในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปใช้ยื่นลดหย่อนภาษี ที่ espica ก็สามารถนำไปลดหย่อนได้เช่นกันค่ะ ซึ่งมีรายการผ่อนชำระ 0% นาน 4 เดือนเมื่อช้อป 3,000 บาทและนาน 6 เดือน เมื่อช้อป 5,000 บาท ใครช้อปยอดถึง อย่าลืมใช้สิทธิ์นะคะ

 

ช้อปดีมีคืน 2563 สินค้าที่เข้าร่วม มาตรการเพื่อลดหย่อนภาษีได้ มีอะไรบ้าง ?

1.สินค้าและบริการ ที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

สินค้าที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ จะต้องเป็นสินค้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และต้องซื้อสินค้าจากร้านค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เกต ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารที่จดทะเบียน VAT ร้านค้าทั่วไปและช้อปออนไลน์ ที่ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้เท่านั้น 


2. หนังสือ

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น  หนังสือทุกประเภทรวมทั้ง e-Book (ยกเว้นนิตยสารและหนังสือพิมพ์) โดยต้องซื้อจากร้านที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่สามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ทั้งนี้หากเป็น e-Book เมื่อซื้อผ่านออนไลน์ มีเอกสารชัดเจนก็นำมาหักลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

 

3. สินค้าโอทอป (OTOP)

เพื่อช่วยให้มีเงินหมุนเวียนและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย สินค้า OTOP หรือสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน ที่มีหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป และระบุว่าเป็นการซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ก็สามารถนำไปลดหย่อนได้เช่นกัน 

ไปตรวจสอบร้านค้า OTOP ได้ที่ลิงค์เลยค่ะ otoptoday

 

ช้อปดีมีคืน 2563 สินค้าที่ไม่เข้าร่วม มาตรการลดหย่อนภาษี มีอะไรบ้าง ? 

สำหรับสินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้คือ

1. สุรา เบียร์ และไวน์

2. ยาสูบ

3. น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ

4. รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ

5. หนังสือพิมพ์และนิตยสาร ทั้งในร้านค้าหรือ e-book 

6. บริการจัดนำเที่ยว

7. ที่พักในโรงแรม

นอกจากนี้ สินค้าหรือบริการบางประเภทที่ไม่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% อยู่แล้ว ก็ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เช่น

• ผักและผลไม้สดที่ยังไม่ได้แปรรูป
• เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา
• ทองคำแท่ง
• ค่ารักษาพยาบาล
• ค่าทำศัลยกรรม
 

  

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป มีรายละเอียดอะไรบ้าง ?

กรณีซื้อสินค้าทั่วไปจะต้องใช้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป จะต้องมีการระบุข้อความดังนี้ 

1. คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด 

2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของร้านค้า

3. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ (เลขประจำตัวผู้เสียภาษี = เลขประจำตัวบัตรประชาชน)

4. หมายเลขของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)

5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ

6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการอย่างชัดแจ้ง

7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

8. ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด (ถ้ามี) เช่น คำว่า เอกสารออกเป็นชุด สำเนาใบกำกับภาษี ฯลฯ

  

ใบเสร็จรับเงิน ต้องมีรายละเอียดอะไรบ้าง ?

สำหรับกรณีซื้อหนังสือหรือสินค้าโอทอป ใบเสร็จรับเงินจะต้องมีรายการอย่างน้อย ดังนี้

1. เลขประจำตัวภาษีอากรของผู้ขาย

2. ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ขาย

3. เลขลำดับของเล่มและใบเสร็จรับเงิน

4. วัน-เดือน-ปี ที่ออก

5. ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวที่ผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อ

6. ชนิด ชื่อ จำนวน และราคาสินค้า

7. จำนวนเงิน 

 

การขอใบกำกับภาษี ยากแค่ไหน ?

การขอใบกำกับภาษีก็ไม่ยากเลย แค่ยื่นบัตรประชาชนพร้อมใบเสร็จรับเงินให้กับร้านค้าเท่านั้น ทั้งนี้ในใบกำกับภาษี 1 ใบ สามารถใช้สิทธิ์ได้เพียง 1 คนเท่านั้น  ไม่สามารถนำใบกำกับภาษีที่มีชื่อผู้ซื้อสินค้าหลายคนมาหักลดหย่อนได้ (หากไปช้อปกันหลายคน อย่าลืมตกลงกันให้ดีก่อนนะคะ) 

  

ช้อปดีมีคืน ได้เงินคืนเท่าไหร่ ?

ถึงแม้ในมาตรการจะให้วงเงินสูงสุดถึง 30,000 บาท แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนำมาลดภาษีได้ 30,000 บาททันที เพราะจะต้องนำไปคำนวณภาษีตามขั้นที่เสียอยู่ก่อน ดูได้จากตารางข้างล่างนี้ 

จากตารางข้างต้นจะเห็นว่าได้ แต่ละคนจะได้รับภาษีคืนเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของตัวเอง สามารถสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กรมสรรพากร 1161 

 

ขั้นตอนการขอใบกำกับภาษีผ่านหน้าเว็บไซต์ espica

 

ขอให้ทุกคนมีความสุข และสนุกกับการช้อปปิ้งค่ะ